คำถามที่มักจะพบกันเป็นประจำในการเล่นโป๊กเกอร์โดยเฉพาะ cash game มักจะเกี่ยวกับการบริหารการเล่นว่าแต่ละ session ต้องทำอย่างไร แบ่งเวลาเล่นอย่างไร เล่นแล้วเลิกกันตอนไหน ต้อง stop lose หรือมีเป้ากำไรขาดทุนด้วยไหม และอีกมากมาย บทความนี้เราได้รวบรวม 5 แนวทางการเล่น cash game ที่จะช่วยแก้ไขให้กับทุกปัญหาจนสามารถสร้างกำไรในระยะยาว ตลอดจนรักษา Bankroll ให้อยู่รอดปลอดภัย มาให้ลองอ่านกัน

แนวทางที่ 1 กำหนดระยะเวลาที่จะเล่นให้ชัดเจน

หลายคนที่เพิ่งเข้ามาเล่นโป๊กเกอร์คงยังไม่รู้ว่าควรจะใช้เวลาเล่นในแต่ละวันมากน้อยแค่ไหน ปกติแล้วเราจะมีการกำหนดกันไว้ 2 แบบคือ จำนวนชั่วโมง กับจำนวน hands ในเรื่องของจำนวนก็แล้วแต่ความสะดวกของเรา ใครที่เล่นเป็นอาชีพก็อาจจะใช้เวลามากหน่อย บางคนอาจทั้งวันทั้งคืนก็มี หรือใครที่เล่นเป็นอาชีพเสริมหรืองานอดิเรกก็อาจจะเล่นแค่วันละ session โดยให้ session ละ 2 ชั่วโมง แต่อาจบริหารเวลาด้วยการเล่นพร้อมกัน 3 โต๊ะ เพื่อให้ได้โต๊ะละประมาณ 60 hands ต่อชั่วโมง ก็เท่ากับว่าเล่นได้ประมาณ 360 – 400 hands ต่อวัน ทั้งนี้ก็ไม่ได้กำหนดไว้เป็นเกณฑ์ตายตัว บางวันอาจเล่นมาก, เล่นน้อย หรือไม่ได้เล่นเลยก็มี

5 แนวทางการเล่น Cash Game ให้ได้กำไรระยะยาว

แนวทางที่ 2 กำหนดเป้าหมายในการเล่น พร้อมกับกำไร-ขาดทุนที่ต้องการ

สำหรับแคชเกมก็เหมือนกับเกมอื่น ๆ ที่เราจะต้องมีเป้าหมายในการเล่นเสมอเพื่อลดความเสี่ยงให้กับ bankroll ของเรา รวมถึงสถานการณ์ที่เราต้องตัดสินใจหยุดเล่นทันทีอีกด้วย

อย่างปกติแล้วหากอยู่ในสภาพที่พร้อมสุด ๆ เราอาจจะเล่นให้ครบ session ที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะได้กำไรหรือขาดทุน แต่จะหยุดเล่นเมื่อรู้สึกว่าสภาพร่างกายหรือจิตใจไม่พร้อม ทำให้ไม่มีสมาธิที่จะโฟกัสกับเกมต่อไปได้

หรืออีกอย่างก็คือถ้าตั้งแต่เล่นมาแล้วมันเสียติด ๆ กัน 2-3 buy-in แล้วเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่วันของเราก็หยุดไปเลย ไม่ต้องฝืนเล่นต่อให้ครบ session ก็ได้ เพราะถ้าเล่นต่อไปก็อาจเสียมากกว่าเดิมจากอาการหัวร้อนของเราเอง

แนวทางที่ 3 ขยับไปเล่น Stake ที่ใหญ่ขึ้นเมื่อพร้อม

ปัญหาอีกอย่างของผู้เล่นมือใหม่ก็คือไม่รู้ว่าตอนไหนควรขยับไปเล่น stake ที่ใหญ่ขึ้น อันนี้ตอบได้ง่ายมาก ๆ เมื่อพร้อมนั่นเอง ความพร้อมที่ว่านี้มีอยู่ 3 อย่างด้วยกันคือ

  • Bankroll พร้อม แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะขึ้นไปเล่น stake ใหญ่โดยที่ใช้เงินเท่าเดิม อย่างน้อยก็ต้องมี 40 buy-in กันแล้ว ถึงจะสามารถเล่นได้อย่างสบายใจระดับหนึ่ง
  • ฝีมือพร้อม มีเงินอย่างเดียวแล้วไปเล่น stake ใหญ่ ยังไงก็เป็นหมูให้เขากิน แล้วทีนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าเราพอมีฝีมือบ้าง ก็ให้ดูว่าตอนนี้เราชนะบ่อยมากขึ้นไหม หรือ stake เดียวกันไม่ค่อยมีคู่ต่อสู้ระดับเดียวกันแล้ว ก็เป็นเหตุผลที่มากพอในการเลื่อน stake ให้กับตัวเอง
  • ประสบการณ์พร้อม การมีฝีมือพร้อมยังไม่ได้การันตีว่าเราจะพร้อมจริง บางครั้งอาจเป็นความโชคดีของเราที่เล่นโต๊ะที่มีแต่คนอ่อน ๆ ควรจะเล่นใน stake นั้นให้มากพอ อย่างน้อยก็ควรเล่นสัก 20,000 hands กำลังดี

เมื่อมีความพร้อมทั้ง 3 อย่างแล้ว เราก็ขยับไปเล่น stake ที่สูงได้ไม่ยาก หรือจะเล่นที่เดิมก็ได้ เพียงแต่ว่า Bankroll มันจะโตช้า เพราะเล่นทีไรก็มีแต่คนหมอบหนี

แนวทางที่ 4 คัทกำไรออกมาบ้าง

อย่าลืมว่าทุกครั้งที่เราลงเล่นโป๊กเกอร์ก็เพื่อทำกำไร ทีนี้ก็ขึ้นกับว่าใครเป็นสายไหน เพราะว่าคนที่เล่นเป็นอาชีพกับเล่นเป็นงานอดิเรก เป้าหมายการคัทกำไรออกมาย่อมต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น คนที่เล่นเป็นอาชีพปกติแล้ว bankroll จะไม่ต่ำกว่า 100 buy-in หากเล่นได้กำไรก็อาจมีการดึงออกมาเก็บไว้เป็นเงินส่วนตัวประมาณ 50% ของกำไรที่เล่นได้ หากเดือนไหนขาดทุนก็ไม่ต้องเอาออกมา

หรือใครที่ไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องนี้ เน้นเล่นเพื่อปั้น bankroll ให้โตเร็ว ก็อาจจะถอนกำไรออกมาไม่เกินครึ่งของที่เล่นได้ หรือจะไม่ถอนเลยก็แล้วแต่สะดวก เพราะยังไงก็ไม่ได้รีบใช้เงินตรงนี้เหมือนคนที่เล่นเป็นอาชีพอยู่แล้ว

5 แนวทางการเล่น Cash Game ให้ได้กำไรระยะยาว

แนวทางที่ 5 อย่าให้ Bankroll แตก

เอาภาษาบ้าน ๆ ก็คืออย่าเล่นจนถังแตกกระเป๋าแหกนั่นเอง แม้ว่าตอนแรกเราจะเตรียมทุนเผื่อไว้มากพอแล้ว สิ่งที่ต้องทำก็คือเมื่อเราขาดทุนไปมากจำเป็นต้องลดระดับเกมลงเพื่อรักษา bankroll เอาไว้ ไม่ให้เสียหายไปมากกว่าเดิม

อย่างเวลาเจอ downswing หรือ bad beat ถึงขั้น -8 buy-in อย่างนี้ก็ต้องรีบลงระดับเกมลงไปหา stake ที่ต่ำกว่า 1 ระดับ จนกว่าจะสามารถซ่อม bankroll ส่วนที่เสียหายกลับคืนมาได้ถึงค่อยขยับมาเล่นที่เดิม แต่ถ้าลงไปแล้วก็ยังติดลบอีกก็ต้องลดระดับลงไปเรื่อย ๆ ด้วยเช่นกัน

การที่เราทำแบบนี้มันจะช่วยให้เรามีวินัยในการรักษา bankroll แม้ว่ามันจะกลับมาโตช้า แต่เราก็จะไม่โลภจนทำให้ bankroll เสียหายอีกแล้ว

ทั้ง 5 แนวทางที่กล่าวมานี้อาจจะดูเรียบง่าย สุดท้ายแล้วจะใช้ได้ผลหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการปรับใช้ให้เข้ากับแนวทางการเล่นของตัวเองด้วย หากมีเป้าหมายที่ชัดเจน เล่นอย่างมีวินัย เพียงเท่านี้ก็ช่วยป้องกันไม่ให้ Bankroll แตกได้แล้ว

Similar Posts