หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าโป๊กเกอร์เป็นเกมแข่งขันแบบทีใครทีมัน ผู้เล่นแต่ละคนจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อกดดันให้อีกฝ่ายยอมแพ้โดยมีไพ่ในมือเป็นกุญแจสำคัญว่าจะใช้เทคนิคไหนดี และ Blocker ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่นิยมใช้กันมาก ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่เทคนิคที่มือใหม่จะใช้กันได้ง่าย ๆ เพราะผู้ใช้จำเป็นต้องมีความเข้าใจในแนวคิดนี้ถึงจะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปประยุกต์ใช้กับเกมได้อย่างเหมาะสมด้วย

ใช้ Blocker อย่างไร ให้ได้เปรียบในเกมโป๊กเกอร์

Blocker คืออะไร

คือไพ่ในมือเราที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ของคู่ต่อสู้กับไพ่บนบอร์ด หรือถ้าจะพูดให้ง่ายขึ้นก็คือไพ่ที่ทำให้อีกฝ่ายมีทางเลือกน้อยลง ขณะเดียวกันมันก็เป็นไพ่ที่สามารถเช็กได้ว่าอีกฝ่ายกำลังบลัฟฟ์เราอยู่ หรือว่าเขากำลังวางเดิมพันเพื่อเพิ่มมูลค่ากันแน่ ว่าแล้วเราไปดูตัวอย่างกันดีกว่าว่ามีสถานการณ์ไหนควรตัดสินใจใช้ Blocker อย่างไรดี

Top Set

ลองคิดภาพตามซิว่าหากเราอยู่ในตำแหน่ง BB บนเกม 6 Mas cash ในจังหวะนี้ผู้เล่น EP เปิดเดิมพันมาแล้วเราเลือกที่จะคอลตามไปและกลายเป็นการดวลตัวต่อตัว Flop ที่ออก Q X X เป็นบอร์ดแบบ rainbow ที่ไม่ได้ลุ้นติดสีติดเรียง ขณะเดียวกันเรากำลังติด Top Set อยู่ เราเลือกที่จะ Check ส่วนอีกฝ่ายตัดสินใจสวนด้วย C-Bet ตอนนี้เราต้องตัดสินใจแล้วล่ะว่าจะ Raise กลับไปดีหรือไม่

จริงอยู่ว่าถ้าอีกฝ่ายเป็นพวกไม่ค่อยหมอบเมื่อโดน Raise ใส่ก็อาจไม่ใช่ปัญหาอะไรในเกมแบบนี้ ตรงกันข้ามหากเราไม่มีข้อมูลของอีกฝ่ายเลย โดยเฉพาะมือใหม่เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ในหัวก็จะมีแต่ภาพการวางเดิมพันสูง ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า ทั้งที่ควรจะมองว่าอีกฝ่ายน่าจะถือไพ่อะไรไว้ในมือ ต้องทำอย่างไรให้อีกฝ่ายเล่นต่อด้วยความสบายใจ ต่อให้เขาถือ Top Pair Combos ไว้ในมือ แต่เรามีในมือ 2 ใบ กับบอร์ดอีก 1 การ Raise กลับไปอาจทำให้อีกฝ่ายหมอบ ดังนั้นจะดีกว่าไหมถ้าตัดสินใจค่อย ๆ เดินเกมไปช้า ๆ ให้อีกฝ่ายตายใจ

4 Bet

การใช้ Blocker เลือก Range ไพ่เอาไว้ 4 Bet มีข้อดีตรงที่ช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จโดยที่เราไม่ได้รับผลกระทบหรือเสียอะไรเลย เมื่อใดก็ตามที่เจอ Aggressive 3 Bet ให้เรา Call หรือ Re-raise เช่นเดียวกับกรณีที่ติด Top Set ได้เลย เพื่อเป็นการป้องกัน ที่สำคัญคือต้องคิดด้วยว่าถ้าเรา 4 Bet ไปแล้ว ไพ่แบบไหนในมือที่จะทำให้อีกฝ่ายยอมเล่นต่อด้วย

แม้ว่าไพ่ 67s จะเป็นอีกทางเลือกที่ถูกใช้ Call 4 Bet โดยทั่วไปแล้วเรามักจะใช้ไพ่ที่มี A K Q อยู่ด้วยมากกว่า สมมติว่าเรา 4 Bet ไปแล้ว อีกฝ่ายตัดสินใจ All-in 100BB เป็นไปได้มากที่ในมือเขาจะเป็น QQ KK QQ หรือ AK นั่นทำให้ A กับ K รวมถึงบรรดาไพ่ suited ตัวเล็ก ๆ หรือไพ่ QXs เหมาะกับการใช้ 4 Bet เนื่องจากไพ่พวกนี้เล่นได้ดีในช่วง Post flop อยู่พอตัว การที่เรามีไพ่เหล่านี้ไว้สักใบ ก็ทำให้อีกฝ่ายติดไพ่ดี ๆ ได้ยากขึ้นแล้ว

Flush Blockers

จัดว่าเป็นวิธีพื้น ๆ ที่มีประโยชน์อย่างมากที่จะใช้ Blocker ช่วยในการตัดสินใจให้ดียิ่งขึ้น แถมยังใช้ได้หลากหลายสถานการณ์อีกด้วย

ความผิดพลาดที่เกิดกันบ่อยมักจะเป็นการ Bet ในช่วง Flop และ Turn ด้วยการรอติด Flush สุดท้ายแล้วไพ่ในรอบ River กลับไม่ช่วยให้ได้อย่างที่หวังไว้ เลยไม่ให้ค่าไพ่แบบนี้ในการ Showdown มากนัก การบลัฟฟ์เพื่อแย่ง Pot น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า จุดนี้แหละที่มักจะลืมคิดกันว่าการที่เราถือไพ่รอ Flush อยู่ในมือ เท่ากับว่ามีโอกาสน้อยมากที่อีกฝ่ายจะถือไพ่หน้าเหมือนเรา เขาอาจจะมีไพ่อื่น ๆ ที่ดีกว่ามากก็ได้ นั่นทำให้พวกเขาตัดสินใจที่จะ Call ตามมาทั้งที่เราเพิ่งจะบลัฟฟ์ใส่

ตรงกันข้ามหากเราถือ A รอ Flush อย่างนี้มั่นใจได้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ Nut Flush อยู่แล้ว และยังสามารถจำกัดขอบเขตความน่าจะเป็นของไพ่บนมืออีกฝ่ายได้พอสมควร มีหลายสถานการณ์ที่สามารถเอา AXs มาเล่นได้ หรืออาจจะถือไพ่ Connector เอาไว้รอ Flush ก็ได้เช่นกัน เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วเราก็สามารถเล่นต่อด้วย Range ที่กว้างขึ้นเมื่อต้องสู้กับคนที่ดูเหมือนว่าจะรอ Flush

หรือถ้าอีกฝ่ายตัดสินใจยิง 3 Barrels ใส่เพราะพวกเขาพลาด Flush โดยไม่รู้ว่าเรามี A อยู่ในมือ เพียงเท่านี้ก็พอรู้แล้วว่าเขาน่าจะบลัฟฟ์เราอยู่

ใช้ Blocker อย่างไร ให้ได้เปรียบในเกมโป๊กเกอร์

Straight Blocker

สมมติว่าเราถือ 88 แล้วบอร์ดออก 6 7 K 5 A ขณะที่คู่ต่อสู้มีทีท่าว่าจะถือไพ่แข็งในมือ จังหวะนี้ตัด 84 ออกไปได้เลยเพราะไม่ค่อยมีใครเล่นไพ่นี้กันและเราก็มี 8 ในมือไปแล้ว 2 ใบ นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ผลประโยชน์ที่ได้ในการจับบลัฟฟ์รวมถึงใช้ Blocker ให้อีกฝ่ายเห็นว่าเราติด Straight ไปแล้วอีกด้วย แต่ก็อย่าลืมว่าเทคนิคนี้จะใช้ได้ผลก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ถือไพ่ Nut เท่านั้น

จากทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเพียงแค่แนวคิดที่จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกกลยุทธ์ที่จะทำกำไรได้มากที่สุดก็เท่านั้น ไม่ได้ใช้เพื่อกำหนดแนวทางการเล่น ปัจจัยต่าง ๆ ที่เคยใช้ก็ยังคงจำเป็น ที่สำคัญเราต้องรู้ว่าเทคนิคในจะใช้ได้ผลกับคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหนร้า รวมถึงต้องระวังเรื่องการ Showdown ด้วย เพราะ Blocker ก็เหมือนดาบสองคมมันสามารถทำให้ไพ่ที่รออยู่กลายเป็นไพ่บลัฟฟ์ได้เช่นกัน แล้วถ้าเราเล่นแบบไม่รู้จักคู่ต่อสู้ล่ะก็ การจับบลัฟฟ์ก็เป็นเรื่องที่อันตรายอยู่ไม่น้อย

Similar Posts