หนึ่งในไพ่ที่มักจะสร้างความกังวลใจให้กับผู้เล่นโป๊กเกอร์ว่าควรจัดการอย่างไรกับมันดีก็คงไม่พ้น Backdoor เพราะในจังหวะที่ต้องรอติด Straight หรือ Flush ไม่ว่าจะเป็นช่วง Turn หรือ River ย่อมส่งผลต่อความสัมพันธ์กับโครงสร้างของ Range ไพ่อยู่แล้ว แต่พอมีเรื่องอื่นต้องคิดคนส่วนใหญ่ก็เลยมองข้ามไป ในบทความนี้เลยจะพาไปรู้จัก 5 เทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เราเปลี่ยนไพ่ในมือให้แข็งและมีความได้เปรียบที่มากพอจะเข้าไปเล่นได้ถึงรอบ River กันอีกด้วย ว่าแต่มีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย

ศึก Blind ชน Blind ทำอย่างไรเมื่อต้องดวลกับ Blind เหมือนกัน มีกลยุทธ์อะไรที่สามารถนำมาใช้ได้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนั้น ไปหาคำตอบกัน

โป๊กเกอร์ทริค 5 เทคนิคเล่น Backdoor Flush และ Straight Draws ให้อยู่หมัด

เทคนิคที่ 1 Bluff เข้าไปเพื่อเพิ่มแนวโน้มการเดิมพัน

หากในมือของเรามีไพ่ที่รอ Backdoor flush และเราก็เป็นคนเริ่มการเดิมพัน ก็ควรจะคิดถึงการเดิมพันที่มากกว่าเดิม อย่าลืมว่ายิ่งมีตำแหน่งที่นั่งดีกว่าคนอื่น ยิ่งมีโอกาสทำให้มันเป็นจริงได้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามสถานการณ์ที่จะช่วยให้เราสร้างกำไรได้จากไพ่นี้ด้วยการ Bluff ในรอบ Turn ได้แก่

สถานการณ์แรก คือต้องมีไพ่ที่ทำให้เราติด Flush จริง ๆ ในรอบ Trun เพราะมันจะทำให้เรามีความได้เปรียบสูงมาก แถมยังอาศัยโอกาสยิง Double Barrel เพื่อแสดงความ Aggressive ได้อีกด้วย ถึงแม้ว่ารอบนี้จะไม่ติดไพ่ก็ยังคงยิงเดิมพันไปก่อนแล้ว แล้วค่อยไปลุ้นติดไพ่ในรอบ River เอา เผื่อว่าจะได้คว้าพอตกลับบ้านได้

สถานการณ์ที่สอง คือเราติด Flush ในรอบ Turn จะทำให้คู่ต่อสู้กังวลที่จะเล่นบนบอร์ดแบบนี้มาก ๆ มีโอกาสทีพวกเขาจะหมอบสูง เนื่องจากภาพลักษณ์ที่สร้างไว้ในรอบก่อนหน้าทำให้พวกเขาเข้าใจว่าเราคง Semi-Bluff ใส่ เมื่อเป็นอะไรที่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนี้พวกเขาเลือกที่จะคิดว่าเราติดไพ่จริง การไม่เสี่ยงสู้ด้วยเห็นจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

เทคนิคที่ 2 รอ Backdoor flush เพื่อเปลี่ยนโอกาสที่ควรหมอบด้วยการคอลตาม

หากเราต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องนั่ง Button พร้อมกับวางเดิมพันในรอบ Flop ด้วย 86 ขณะที่บอร์ดออก T♠ 7♠ 3 จังหวะนรกนี้ผู้เล่นที่อยู่ Big Blind จัดการ Check-raise กลับมา แน่นอนว่าถ้าในมือเรามีเพียงแค่ gutshot อย่าง 8♥ 6♥ ก็คงต้องหมอบไปอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าในมือมี Backdoor flush อยู่ด้วยเช่น 8♦ 6♦ จังหวะนี้ก็ยังคอลตามได้อยู่ หรือแม้แต่การถือ Ace-highs เอาไว้ในสถานการณ์นี้ก็จัดว่าเป็นไพ่ที่ควรหมอบ เมื่อใดก็ตามที่มี Backdoor flush เราก็สามารถใช้มัน Call/Raise ได้เช่นกัน

เหตุผลสำคัญที่เราควรรอไพ่ Backdoor flus ก็ไม่มีอะไรมาก แค่มันช่วยเพิ่มค่าความได้เปรียบให้ไพ่ของเราได้มากขึ้น 4% และยังเพิ่มความสามารถในการเล่นไพ่ในมือเราอีกด้วย อย่างรอบ Turn ถ้ามีไพ่ให้ลุ้น Flush ก็เป็นโอกาสดีที่เราจะ Bluff ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามเทคนิคนี้ก็ไม่ได้การันตีว่าจะได้ผล 100% แต่อย่างน้อยมันก็ดีกว่าเรายอมหมอบไปโดยไม่ได้สร้างความกังวลใจให้กับคู่ต่อสู้

เทคนิคที่ 3 ใช้ Double backdoor straight หรือ flush แทนการ Check-raise bluff

โดยทั่วไปแล้วเวลาเราจะ Check-raise bluff ในเกมที่มีพอตใหญ่ เรามักจะรอไพ่แข็ง ๆ อย่าง Open-enders, Flush draws ไม่ก็ Straight draws เพราะว่ามันใช้งานได้ดีกว่า แต่บางครั้งไพ่บนบอร์ดก็ไม่ช่วยสร้าง range ไพ่ที่เหมาะแก่การ Bluff ได้เช่นกัน

Double backdoor จึงเป็นไพ่ที่เหมาะกับการนำมาใช้ในรอบ Turn และมันจะพัฒนาได้ดีขึ้นในรอบ River ทำให้เรามีโอกาสเข้าใกล้พอต หรือต่อให้เรา Check-raise ไปแล้วแต่โดน 3-Bet กลับมาก็ไม่สะทกสะท้าน ยกตัวอย่างเช่น

ถือ T♣ 8♣ บอร์ดออก K♣ 6♠ 4♥

ถือ 6♥ 4♥ บอร์ดออก J♦ 8♣ 3♥

ถือ K♠ 5♠ บอร์ดออก 9♠ 4♦ 2♣

ทว่าการใช้เทคนิคนี้สิ่งสำคัญเลยก็คือเราต้องดูสถานการณ์บนโต๊ะไปด้วย แม้ว่าไพ่เหล่านี้จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะต่อการ Check-raise bluff แต่ก็ควรจะระวังการ Check-raise บนบอร์ดที่ทำให้ range ไพ่ของเราเสียเปรียบ เช่น บอร์ด A K Q เป็นต้น

เทคนิคที่ 4 ผนึกกำลัง Backdoor กับ Overcard เพื่อ Float ช่วง Flop

การเล่นในตำแหน่ง Big blind แล้วต้องมาดวลกันตัวต่อตัวกับ Small blind สิ่งที่ต้องทำก็คือปกป้องเดิมพันไว้ให้ได้แม้ว่าอีกฝ่ายจะ C-Bet ที่สำคัญคือไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะป้องกันเดิมพันโดยไม่ Call ด้วยไพ่เหล่านี้ เช่น เราถือ Q♥ 4♥ บอร์ดออก T♣ 9♥ 2♠ การไม่คอลตามไปมีแต่จะทำให้เราเสียเดิมพันไปเรื่อย ๆ เท่านั้น ก็เรียกได้ว่าเทคนิคนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องรอให้ติดคู่ ติดสี หรือติดเรียง ขอเพียงแค่อีกฝ่าย Check จะในรอบ Turn หรือ River เราก็มีโอกาสที่จะชนะและคว้าเงินใน Pot ไปได้ง่าย ๆ

โป๊กเกอร์ทริค 5 เทคนิคเล่น Backdoor Flush และ Straight Draws ให้อยู่หมัด

เทคนิคที่ 5 อย่าเล่นเกินตัว

แม้ว่าการใช้ Backdoor จะดูดีดูเท่ห์ในสายตาคนอื่น แต่เทคนิคที่กล่าวมาทั้งหมดยังไม่มีข้อไหนที่บอกว่าเราสามารถ Call หรือ Raise ได้ทุกครั้งที่มี Backdoor อยู่ในมือ ดังนั้นจำไว้เลยว่าอย่าไปเล่นเกินตัวจะดีที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น เราเล่นอยู่ในตำแหน่ง Big blind ที่มีไพ่ 9♣ 5♣ อีกฝ่ายนั่ง Small blind จังหวะนี้ Flop ออก K♦ T♣ 6♦ คู่ต่อสู้ Bet 66% ของ Pot ต่อให้เรามี Backdoor หลายทาง แต่สถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องฉลาดที่จะตัดสินใจ Call ไป นั่นก็เพราะว่า

  • ถ้ารอบ Turn ติดคู่บนบอร์ด ไพ่ในมือเราไม่ได้มีการพัฒนาขึ้นเลย เพราะบอร์ดมีตัวที่สูงกว่าอยู่ถึง 2 ใบ ต่อให้ติดคู่ก็ Call ตามอีกครั้งไม่ได้
  • 9-High ยังไม่ชัดเจนว่าจะรอหรือไม่ แถมยังมีค่าใน Range ไพ่น้อยอีกด้วย ไพ่ที่จะใช้ Call ได้ตอนนี้ก็มีแค่ ไพ่รอสี, รอเรียง, ไพ่ที่ติดคู่แล้ว หรือมีไพ่ที่มีตัวคุม Backdoor ที่ดีกว่า ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่เหมาะที่จะเอามาป้องกัน เพราะแนวโน้มที่จะเสียมีอยู่มาก
  • Pot odds แย่ ๆ แบบนี้ เราสามารถ Call ตาม Min raise ได้เท่านั้น หากมากกว่าก็จะเกินตัวไปอีก

ตรงกันข้าม Double backdoor แข็ง ๆ จะมี Overcard สักใบหรือคู่กลาง เช่น Q♣ 8♣ ที่เหมาะกับการคอลตามบอร์ดออก K♦ T♣ 6♦

เทคนิคการ Bluff อย่างไรให้ได้ผลที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยพูดถึง Bluff เป็นเครื่องมืออย่างดีเลิศที่จะช่วยสร้างโอกาสทำกำไรให้เรา งั้นเรามาดูเทคนิคกัน

 

Similar Posts